สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทยจีน
Thai-China One Belt One Road Investment Trade Association
泰中一带一路投资经贸总商会
泰中一带一路投资经贸总商会
สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย-จีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563 จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการควบคุมจดทะเบียนอย่างถูกต้องของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมความร่วมมือทางการค้า การลงทุน เศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี และการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้แนวคิดของ ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI)
สมาคมมุ่งทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อมภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการศึกษา สถาบันวิจัย และเครือข่ายนักลงทุนไทย–จีน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงประเทศไทยกับจีนและภูมิภาคอาเซียน
สมาคมให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือที่เกิดประโยชน์ร่วมกันบนพื้นฐานของ ความไว้วางใจ ความเสมอภาค ความร่วมมือ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

วิสัยทัศน์
สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายใหมไทย-จีน “เป็นศูนย์กลางเครือข่ายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนไทย–จีน เชื่อมโยงประเทศไทย จีน อาเซียน และกลุ่มประเทศบนเส้นทางสายไหม สู่โอกาสทางเศรษฐกิจแห่งอนาคต”
สมาคมมุ่งเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการศึกษา สถาบันวิจัย และเครือข่ายนักลงทุนไทย–จีน เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่นำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อสังคมโลก
จุดยืนเชิงยุทธศาสตร์
สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย–จีน มุ่งพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Cooperation Platform) ระหว่างประเทศไทย จีน และอาเซียน ภายใต้แนวคิดและกรอบความร่วมมือของ ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI)
สมาคมให้ความสำคัญกับการนำการค้าและการลงทุนมาเป็นกลไกหลักในการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ พร้อมบูรณาการ งานวิจัยเชิงนโยบาย การศึกษา การพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี นวัตกรรม และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่มีคุณค่าและสามารถนำไปสู่โครงการและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
สมาคมทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” (Bridge & Connector) ระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือไทย–จีน–อาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนทุนมนุษย์ ความรู้ เทคโนโลยี และตลาด
ปรัชญาความร่วมมือ
“เชื่อมการค้า สร้างการลงทุน เชื่อมองค์ความรู้ พัฒนาคน ขับเคลื่อนเทคโนโลยี และสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”
สมาคมเชื่อว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการเชื่อมโยงทางการค้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเชื่อมโยงคน ความรู้ เงินทุน เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และตลาดเข้าด้วยกัน
ดังนั้น สมาคมจึงมุ่งสร้างระบบนิเวศความร่วมมือ ไทย–จีน–อาเซียน (Thai–China–ASEAN Cooperation Ecosystem) ที่เปลี่ยนจาก
“เครือข่าย → ความร่วมมือ → โครงการ → ผลลัพธ์ → การเติบโตร่วมกัน”
โดยยึดหลักความไว้วางใจ ความเสมอภาค ความโปร่งใส ความร่วมมือ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
วัตถุประสงค์ที่สำคัญ
- ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนรวมถึงประเทศอื่นๆบนเส้นทางสายไหม
- เป็นศูนย์กลางประสานงานและเชื่อมโยงโอกาสธุรกิจการค้าการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมไทยกับประเทศจีนและประเทศอื่นๆ บนเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21
- ส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยให้สามารถแข่งขันในประเทศและระหว่างประเทศ
- ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยตามวัตถุที่ประสงค์
- เป็นที่ปรึกษาธุรกิจด้านต่างๆให้เหมาะกับการไทยและต่างประเทศรวมถึงด้านกฎหมายการค้าการลงทุนและอื่นๆ
- ส่งเสริมความร่วมมือการทำวิจัยองค์กรต่างๆแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรมเทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อโอกาสการค้าการลงทุนร่วมกัน
- ส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาผู้ประกอบการให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันตามวัตถุประสงค์
- ส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนรวมถึงประเทศอื่นๆบนเส้นทางสายไหม
8 เสาหลักแห่งความร่วมมือ
- การค้า → ส่งเสริมการค้าและการเชื่อมโยงตลาดไทย–จีน–อาเซียน
- การลงทุน → สร้างโอกาสและเครือข่ายการลงทุนระหว่างประเทศ
- งานวิจัยและ Think Tank → พัฒนาองค์ความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางเศรษฐกิจและการลงทุน
- การศึกษา → ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา ภาษา และองค์ความรู้ระหว่างไทย–จีน
- มหาวิทยาลัยและเครือข่ายวิชาการ → เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม
- บุคลากรและการพัฒนาทักษะ → พัฒนาคนรุ่นใหม่ ผู้บริหาร และบุคลากรให้มีศักยภาพรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่
- เทคโนโลยีและนวัตกรรม → ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี ดิจิทัล AI และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- อุตสาหกรรมและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน → เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม การผลิต โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานไทย–จีน–อาเซียน
สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ
BRI Institute of Research Development on Economic and Education
泰国一带一路经济与教育发展研究院
ศูนย์บูรณาการทรัพยากรทางการศึกษานานาชาติและภาษาจีนเพื่อธุรกิจ
International Education & Chinese for Business Resource Integration Center
สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย–จีน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศไทย จีน และอาเซียน บนเส้นทางสายไหม ในมิติที่หลากหลาย ทั้งด้านการค้า การลงทุน การศึกษา การวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สมาคมฯ ตระหนักว่า “การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความร่วมมือที่มีคุณภาพและยั่งยืน จึงมีมติคณะกรรมการสมาคมฯ จัดตั้งสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย–จีนในมิติใหม่ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในยุคโลกาภิวัตน์สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย–จีน ร่วมกับ สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ (BRI Institute) มุ่งพัฒนาแนวคิด “ศูนย์บูรณาการทรัพยากรทางการศึกษา” (Educational Resource Integration Center) ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงทรัพยากรทางการศึกษาระหว่างประเทศไทย จีน และนานาประเทศ โดยมีแนวคิดสำคัญว่า “การศึกษาคือรากฐานของการสร้างความร่วมมือระยะยาวที่มั่นคงและยั่งยืน”
การจัดตั้ง BRI Institute มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้เป็นกลไกด้าน การวิจัย การศึกษา องค์ความรู้ และความร่วมมือทางวิชาการ ที่สามารถเชื่อมโยงประเทศไทย จีน อาเซียน และบนเส้นทางสายไหม ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย นักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม
บทบาทของสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ มุ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัย องค์ความรู้ การศึกษา และความร่วมมือทางวิชาการ โดยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ
การดำเนินงานครอบคลุมทั้งการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิชาการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
หัวใจสำคัญคือการสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง
การศึกษา – องค์ความรู้ – บุคลากร – เทคโนโลยี – ธุรกิจ – อุตสาหกรรม
เพื่อให้องค์ความรู้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และสร้างโอกาสใหม่ให้กับนักศึกษา บุคลากร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจ การพัฒนา “ศูนย์บูรณาการทรัพยากรทางการศึกษานานาชาติและภาษาจีนเพื่อธุรกิจ” จากประสบการณ์และเครือข่ายความร่วมมือของสมาคมฯ และ BRI Institute ได้เกิดแนวคิดในการพัฒนา สถาบันฯ “บูรณาการทรัพยากรทางการศึกษานานาชาติและภาษาจีนเพื่อธุรกิจ” International Education & Chinese for Business Resource Integration Center เพื่อเป็นกลไกในการรวบรวม เชื่อมโยง บูรณาการ และส่งต่อทรัพยากรทางการศึกษาระหว่างประเทศไทย จีน อาเซียน และนานาประเทศ
สถาบันฯ มุ่งรวบรวมและเชื่อมโยงทรัพยากรที่หลากหลาย ได้แก่
มหาวิทยาลัย • สถาบันวิจัย • คณาจารย์ • นักวิชาการ • ผู้เชี่ยวชาญ • หลักสูตร • นักศึกษา • องค์ความรู้ • ทุนการศึกษา • ทุนวิจัย • เทคโนโลยี • นวัตกรรม • ภาคธุรกิจ • ภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และตลาดแรงงานในยุคใหม่
ภาษาจีนเพื่อธุรกิจ: จากภาษา สู่ทักษะและโอกาส
หนึ่งในจุดเน้นสำคัญของศูนย์คือ Chinese for Business – ภาษาจีนเพื่อธุรกิจ
โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเรียนภาษา แต่เชื่อมโยงภาษาจีนเข้ากับความรู้และทักษะด้าน
การค้า • การลงทุน • เศรษฐกิจ • การบริหารธุรกิจ • วัฒนธรรม • การเจรจาธุรกิจ • การสื่อสารระหว่างประเทศ
เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษา บุคลากร ผู้ประกอบการ และผู้สนใจที่ต้องทำงานหรือดำเนินธุรกิจในบริบท ไทย–จีน–อาเซียน
เป้าหมายของสถาบันฯ มุ่งพัฒนาเป็น “International Education Resource Hub” หรือ ศูนย์กลางบูรณาการทรัพยากรทางการศึกษานานาชาติ ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง
มหาวิทยาลัย → คน → ความรู้ → เทคโนโลยี → ธุรกิจ → อุตสาหกรรม
โดยมุ่งให้ทรัพยากรทางการศึกษาไม่จำกัดอยู่เพียงภายในสถาบันการศึกษา แต่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างคุณค่าในภาคสังคม เศรษฐกิจ และธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม จากองค์ความรู้ สู่การสร้างคุณค่า
องค์ความรู้ → ทักษะ → บุคลากร → นวัตกรรม → โอกาส → การพัฒนา
ศูนย์จึงมุ่งสร้างพื้นที่แห่งความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิชาการ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม สามารถเชื่อมโยงทรัพยากรและพัฒนาความร่วมมือร่วมกัน




















